กลูต้าไธโอน (Glutathione)

  • Facebook
  • Twitter
  • LinkedIn
  • Instagram
273944104_3250314231863109_1140861999590760526_n.jpg

กลูต้าไธโอน คืออะไร?

กลูต้าไธโอน (Glutathione) คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในร่างกายชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีน อาศัยอยู่ในเซลล์ร่างกายของคนเรา และทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายจากสารต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยปกติร่างกายคนเราจะสามารถสังเคราะห์กลูต้าไธโอนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกลูต้าไธโอนจะถูกสร้างขึ้นภายในเซลล์ และถูกส่งออกมานอกเซลล์โดยอาศัยตัวพามาเก็บสะสมสำรองไว้ที่ตับ และเซลล์อื่น ๆ ที่สามารถพบสารกลูต้าไธโอนได้บ่อย เช่น เซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว ปอด ไต ตับอ่อน เลนส์แก้วตา เป็นต้น

กลูต้าไธโอนเป็นสารประเภท Tripeptide ซึ่งประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Cystein, Glycine, Glutamic Acid ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเอนไซม์ในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามกลูต้าไธโอนในร่างกาย สามารถลดลงได้จาก อายุที่มากขึ้น ความเครียด มลภาวะ แสงแดด และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ อย่างการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ไม่ครบ 5 หมู่ ก็สามารถทำให้กลูต้าไธโอนในร่างกายลดลงได้ ดังนั้นเราจึงควรเติมกลูต้านไธโอนอยู่เสมอ สำหรับวิธีการเติมกลูต้าไธโอนเข้าสู่ร่างกายก็จะมีอยู่ 3 วิธี คือ การเติมจากแหล่งอาหารที่สามารถพบกลูต้าไธโอน, การเติมกลูต้าไธโอนจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ ผิวพรรณยิ่งขึ้น และสุดท้ายคือการฉีดกลูต้าไธโอนเข้าสู่ผิว ซึ่งเป็นวิธีเร่งด่วนและต้องอยู่ในการดูแลควบคุมของแพทย์เฉพาะทาง

กลูต้าไธโอน (Glutathione) อาหารเสริมที่ไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยเรื่องผิวสวย

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินกันมาก่อนว่า กลูต้าไธโอน (Glutathione) นั้นเป็นอาหารเสริมชนิดหนึ่งที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี โดยเราจะคุ้นหูกันในชื่อสั้น ๆ ว่า “กลูต้า” ซึ่งก็มีอยู่หลายยี่ห้อ หลายแบรนด์ ที่นิยมและโด่งดังในประเทศเรา แต่จริง ๆ แล้วกลูต้าที่เรารู้จักนั้นอาจจะมีรายละเอียดมากกว่าที่เราคิด เพราะกลูต้าไธโอน เป็นสิ่งที่มีอยู่ในร่างกายคนเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เองอยู่แล้ว และมีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่งในร่างกายคนเรานั่นเอง กลูต้าส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ตามบริเวณส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเราจะพบกลูต้ามากที่สุดบริเวณตับ

ถึงแม้ว่าร่างกายคนเราจะสามารถสังเคราะห์กลูต้าไธโอนได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อเรามีอายุมากขึ้นกลูต้าที่สังเคราะห์ได้จากร่างกายก็จะน้อยลง ตามการเสื่อมสภาพของเซลล์ ดังนั้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับการเติมกลูต้าเข้าไปในร่างกาย เพื่อประโยชน์ในการต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคและภาวะเจ็บป่วยมากมาย เช่น มะเร็ง โรคตับ เบาหวาน ความดัน เป็นต้น ซึ่งในภาวะร่างกายของผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับ มะเร็ง ผู้ที่สูบบุหรี่จัด จะมีความต้องการกลูต้ามากกว่าปกติ นอกจากนี้อย่างที่รู้กันดีว่าสารต้านอนุมูลอิสระมีส่วนช่วยทำให้ผิวสวย โดยกลูต้าจะเข้าไปทำหน้าที่เกี่ยวข้องในส่วนนี้ยังไง ต้องตามไปดูกัน โดยวันนี้ Shopee Thailand รวบรวมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ของกลูต้าในด้านสุขภาพ ความงาม และยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงผิว จากกลูต้าแบรนด์ดัง ๆ มาแนะนำกันด้วย ตามไปดูกันเลย!

 

แหล่งอาหารที่สามารถพบกลูต้าไธโอน

กลูต้าไธโอนสามารถพบได้ในพืช ผัก ผลไม้ทั่วไป และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยจะพบมากในแหล่งอาหารธรรมชาติ อย่าง อะโวคาโด, บร็อกโคลี่, ผักโขม, เห็ด,มะเขือเทศ, หน่อไม้ฝรั่ง ปลาแซลมอน, เนื้อวัว, เนื้อหมู ยเกิร์ต, ไข่, นม, สรอเบอร์รี่, ส้ม, เกรปฟรุ้ต, แอปเปิ้ล, องุ่น, แตงโม เป็นต้น

ประโยชน์ของกลูต้าไธโอน มีอะไรบ้าง?

ไขข้อสงสัยข้องใจว่าประโยชน์ของกลูต้ามีอะไรบ้าง? อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่ากลูต้าเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นในรูปโปรตีน หรือกรดอะมิโน 3 ชนิด ซึ่งเป็นสารประเภท Tripeptide ได้แก่ Cystein, Glycine, Glutamic Acid โดยกรดอะมิโนทั้งสามชนิดนี้จะสะสมอยู่ในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายหลายจุด โดยจะพบมากเป็นพิเศษที่ ตับ สมอง ไต ปอด และม้าม มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้านมาก ๆ เพราะกลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูง ซึ่งประโยชน์ของกลูต้าไม่ช่วยแค่ในเรื่องทำให้ผิวขาวกระจ่างใสเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมาก มาดูกันว่ากลูต้าช่วยอะไร และทำหน้าที่อย่างไรบ้าง

ประโยชน์ของกลูต้าไธโอนที่สำคัญ

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ประโยชน์ของกลูต้าที่สำคัญที่สุด คือการเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูง จึงช่วยป้องกันเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายไม่ให้เกิดภาวะเสื่อมมากขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ไม่ถูกทำลายด้วยการเข้าไปยับยั้งสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้ วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินอื่น ๆ ทำงานได้อย่างเต็มที่ ประโยชน์ของกลูต้าไธโอนในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย และป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้

  • ช่วยดีท็อกซ์ (Detoxification) ประโยชน์ของกลูต้าไธโอนที่ทำหน้าที่รองลงมา คือช่วยขับสารพิษออกจากเซลล์ โดยช่วยสร้างเอนไซม์ที่ไปเปลี่ยนสารพิษชนิดที่ไม่ละลายน้ำ เช่น โลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง รวมไปถึงสารพิษที่เป็นอันตรายต่อตับ ให้ละลายน้ำได้ดีขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย และสามารถป้องกันตับถูกทำลายจากแอลกอฮอล์ สารพิษจากบุหรี่ และการรับประทานยาได้

  • เสริมระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Booster) ประโยชน์ของกลูต้าไธโอนในการเสริมระบบภูมิคุ้มกัน คือการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพ และปริมาณมากขึ้น และยังกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด ให้ต่อต้านสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย รวมถึงยับยั้งเซลล์มะเร็งด้วย

  • ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส (Skin Lightening) ประโยชน์ของกลูต้าไธโอนที่สาว ๆ ให้ความสนใจมากที่สุด โดยประโยชน์ของกลูต้าในเรื่องผิวขาวมาจากการที่กลูต้าไธโอนเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ทำให้เกิดการสร้างเมลานินหรือเม็ดสีผิวชนิดเข้มลดลง ยับยั้งและเปลี่ยนเม็ดผิวสีน้ำตาลเป็นสีขาวชมพู จึงช่วยทำให้โทนผิวกระจ่างใสขึ้น

วิธีกินกลูต้า กินยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เพราะว่ากลูต้ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายทั้งเรื่องสุขภาพร่างกาย และด้านความงามอย่างการช่วยให้ผิวขาว แต่ว่ากลูต้าไม่ได้อยู่กับร่างกายเราในปริมาณคงที่ตลอดเวลา และมีการเสื่อมสภาพ การสังเคราะห์ที่น้อยลงไปตามสภาพร่างกาย อายุ ภาวะเครียด และปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้น การเติมกลูต้าเข้าไปในร่างกาย จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพ รักษาสภาพเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใส ดูสุขภาพดี

วิธีกินกลูต้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องกินสารตั้งต้นอย่างกรดอะมิโน 3 ชนิดอย่าง Cystein, Glycine, Glutamic Acid เข้าไป ซึ่งวิธีกินกลูต้าแบบที่เป็นสารสังเคราะห์สำเร็จรูปมาแล้ว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับร่างกายเลย เนื่องจากกลูต้าไธโอนไม่สามารถดูดซึมผ่านกระเพาะอาหารได้ และจะถูกย่อยสลายและขับออกจากลำไส้ก่อน วิธีการกินกลูต้าแบบนี้จึงไม่เกิดประโยชน์อะไรแม้จะกินในปริมาณมากแค่ไหนก็ตาม ทั้ง วิธีกินกลูต้าแบบแคปซูล วิธีกินกลูต้าแบบชงน้ำ ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกาย แล้ววิธีกินกลูต้าแบบไหน ที่ทำให้ได้รับประโยชน์ของกลูต้ามากที่สุด? เรามีคำตอบ มีวิธีกินกลูต้าให้ได้ประโยชน์อยู่ 2 วิธีดังนี้

วิธีกินกลูต้าให้ได้ประโยชน์

  • วิธีกินกลูต้าจากแหล่งอาหารธรรมชาติ กลูต้าเกิดจากกรดอะมิโน 3 ชนิดอย่าง Cystein, Glycine, Glutamic Acid ซึ่งสามารถพบได้ในแหล่งอาหารโปรตีนไร้ไขมัน (เนื้อสัตว์ปีกไร้มัน ถั่วเหลือง เวย์โปรตีน และโยเกิร์ต เป็นต้น) อาหารประเภทเซเลเนียม (ทูน่า ข้าวโอ๊ต วอลนัท เนยแข็ง เนื้อวัว ไข่) ผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีในปริมาณที่สูง (ส้ม ทับทิม สตรอว์เบอร์รี มะนาว มะเขือเทศ บรอกโคลี่ อะโวคาโด แตงกวา) ซึ่งมีส่วนของสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กลูต้าไธโอน ช่วยให้ร่างกายผลิตกลูต้าไธโอนได้ดีขึ้น

  • วิธีกินกลูต้าไธโอนจากสารสกัดในอาหารเสริม วิธีการกินกลูต้าไธโอนแบบนี้ แตกต่างจากการกินกลูต้าไธโอนแบบชง หรือแบบแคปซูลทั่วไป เพราะเป็นวิธีกินกลูต้าไธโอนจากสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กลูต้าไธโอน เพื่่อให้ร่างกายสามารถสร้างกลูต้าไธโอนขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง สารสกัดที่ว่านี้ส่วนใหญ่สกัดมาจาก ผัก ผลไม้ ซึ่งมีวิตามินและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยอาหารเสริมประเภทนี้ได้รับความนิยมสำหรับคนรักสุขภาพ ความงาม เพื่อบำรุงผิวให้สวยใส ดูสุขภาพดี

Contact

Line @ta65 

123-456-7890